- กรุงอัมมาน (AMMAN)
เมืองหลวงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาม และความเป็นมากว่า
6,000
ปี ผสมผสานความลงตัวของอารยะ
ธรรมยุคเก่า และ
ความทันสมัยของโลกปัจจุบันอย่างลงตัว
- เพตร้า (PETRA)
มหานครศิลาทรายสีชมพู หรือ นครสีดอกกุหลาบ
ที่ถูกลืมหายไปจากความทรงจำของผู้คน จนกระทั่งถูกค้นพบ
โดยนักล่าสมบัติชาวสวิส นาย จอห์น ลุควิดซ์
เบอร์คฮาร์ดท์ ค้นพบ
และได้ถูกนำออกมาเล่าเรื่องราวกล่าวขานถึงความสวยงาม
และความมหัศจรรย์ของมหานครแห่งนี้ จนถูกโหวตให้เป็น
1 ใน 7
สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกใหม่จากคลื่นมหาชนร้อยล้านคนทั่วโลก
- ทะเล เดดซี ทะเลในฝันของใครหลายคนที่ครั้งหนึ่งต้องการมาทดลองว่า
“ ลอยตัว ได้จริง หรือ ไม่ ”
- นครกรีก-โรมันเจอราช
ฉายา
“เมืองพันเสา”
อดีต1 ใน 10 หัวเมืองเอกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน
ชมความสมบูรณ์
แบบของศิลปกรรม และ
สถาปัตยกรรมที่ยังคงหลงเหลืออย่างสมบูรณ์แบบที่สุดในโลก
นอกเหนือจาก กรุงโรม ประเทศอิตาลี
- มาดาบา
เมืองแห่งโมเสก ชมโบสถ์เซนต์จอร์จ
ที่บนพื้นโบสถ์มีภาพโมเสกสีชิ้นใหญ่แสดงถึงดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
ในอดีต
- เมาท์ เนเบิ้ล
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเชื่อว่า โมเสส ผู้นำชาวยิวส์
ผู้ที่รับ
“บัญญัติ 10 ประการ”
จากพระเจ้า ได้เสียชีวิตลง ณ ที่แห่งนี้
- อคาบา เมืองท่าตากอากาศที่โด่งดัง
ล่องเรือท้องกระจก ดูปะการัง สัมผัสน้ำทะเลแดง
ที่ใสสะอาด พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์
- ทะเลทรายวาดิลัม
นั่งรถกระบะท่องทะเลทรายที่ได้ถูกกล่าวขานโดยนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่า
สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
พิเศษ!!!
ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ยากนักจะได้รับประทานอาหารในแคมป์กองไฟกลางทะเลทราย
ของชาวเบดูอิน พร้อมดนตรีโฟล์ค
-หมู่ปราสาทในทะเลทราย
1 ใน 3 มรดกโลกของประเทศจอร์แดน
สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นพักของกองคาราวาน,
สถานบันเทิงฯลฯ
- ปราสาทเครัก
ปราสาทแห่งนักรับครูเสด ย้อนรอยศึกครูเสด
สงครามแห่งศาสนาอันระบือโลกที่รับกันยืดเยื้อกว่า 200
ปี
กำหนดการเดินทาง 8-14
Aug / 19-25 Sep / 17-23 Oct /
18-24, 19-25, 21-27, 22-28 Oct 08
วันแรกของการเดินทาง
สนามบินสุวรรณภูมิ
22.00 น.
คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน
โรยัล จอร์แดนเนียล ชั้น 4 แถว
S 4 - 9
พร้อมเจ้าหน้าที่ และมัคคุเทศก์ของบริษัทฯ
คอยให้การต้อนรับ
วันที่สองของการเดินทาง
เมืองหลวงอัมมาน
– ป้อมปราการ -
กลุ่มปราสาทในทะเลทราย
00:30 น. เหินฟ้าสู่กรุงอัมมาน
ประเทศจอร์แดน โดยสายการบินแห่งชาติโรยัลจอร์แดนเนี่ยล
เที่ยวบินที่
RJ 181
เชิญท่านพักผ่อนอิสระบนเครื่อง
(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 8.30 ชั่วโมง)
05.15 น. คณะเดินทางถึง
สนามบินนานาชาติ
QUEEN ALIA
ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน
หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)
นำท่านเดินทางไปยังโรงแรมระดับห้าดาว
THE REGENCY PALACE
เพื่อรับประทานอาหารเช้า
นำท่านชมรอบเมืองหลวงกรุงอัมมานเมืองหลวงที่ตั้งอยู่บนภูเขา
7 ลูก และมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า
6,000
ปี ผ่านชมย่านเมืองเก่า ,
เมืองใหม่, ย่านธุรกิจ,
ตลาดใจกลางเมือง,
ย่านคนรวย ฯลฯ
นำท่านเดินทางไปทางทิศตะวันออกของกรุงอัมมานมุ่งหน้าไปทางชายแดนประเทศอิรักและ
ซาอุดิอาระเบียเพื่อ
ชม โรงอาบน้ำอัมรา
อัครสถานบันเทิงสำหรับกองคาราวานที่จะเดินทาง
จากซาอุดิอาระเบีย ไปยัง ดามัสกัส
หรือ อียิปต์ และแวะพักค้างคืนในบริเวณนี้
พร้อมชมภาพวาดศิลปะแบบ เฟรสโก (FRESCO)
1 ใน 3 มรดกโลกของประเทศจอร์แดนทางศิลปะ
ที่หาดูได้ยากมากในปัจจุบัน
เป็นภาพที่เขียนวาดเรื่องราว
เกี่ยวกับขั้นตอนการสร้างสถานที่แห่งนี้,
การล่าสัตว์, นางรำ ฯลฯ
ภายในประกอบไปด้วย ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า,
ห้องอาบน้ำอุ่น,
ห้องอบไอน้ำ และ ห้องนอนพักผ่อน
ชมป้อมอาซรัก
สร้างขึ้นโดยหินภูเขาไฟสีดำทั้งหมดในสมัยโรมัน
ป้อมแห่งนี้ได้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป คือ
เป็นศูนย์บัญชาการกองทัพของชาวอาหรับในสมัยนั้น
นำโดยนายทหารชาวอังกฤษ ทีอี ลอเรนท์
หรือ ที่ชาวโลก
รู้จักกันในนามของ ลอเรนท์ ออฟ อาระเบียในการทำ
ศึกสงครามโลกอาหรับ (THE
ARAB
REVOLT
ใน
ระหว่างปี ค.ศ.
1916–1918)
เป็นการต่อสู้ของชาวอาหรับที่ต่อต้านการเข้ามารุกรานแผ่นดินของชาวออตโตมัน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
ณ ภัตตาคาร ท้องถิ่น
บ่าย ชม ปราสาทคารานา
สร้างขี้นเพื่อใช้เป็นที่พักของกองคาราวานที่หยุดพักระหว่างการเดินทางภายใน
ประกอบด้วยห้องพักจำนวน 61 ห้อง แบ่งเป็น 2 ชั้น
และยังมีคอกที่อยู่อาศัยของม้า และอูฐ
ได้เวลาอันสมควนนำท่านเดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน
ขึ้นชม ป้อมปราการแห่งกรุงอัมมาน (CITDAEL)
ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดสังเกตเหตุบ้าน การเมืองต่าง
ๆรอบเมือง
เชิญอิสระถ่ายรูปตรงจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมืองแห่งนี้
โดยมีฉากหลังเป็นโรงละครโรมันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจอร์แดน
จุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และ
ตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง อันแปลกตายิ่งนัก
ชมวิหารเฮอร์คิวลิส
ที่สันนิษฐานว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 161–180
ในสมัยโรมัน
พระราชวังเก่าอุมเมยาด
สร้างขึ้นในประมาณปี ค.ศ. 720 โดยผู้นำชาวมุสลิม
ของราชวงศ์ ในสมัยมุสลิมได้เข้ามา
ปกครองประเทศจอร์แดน ซึ่งภายในประกอบห้องทำงาน,
ห้องรับแขก ฯลฯ
ผ่านชม พระราชวังของพระมหากษัตริย์อับดุลลาห์ที่สอง
(RAGHADAN
PALACE),
ที่ตั้งอยู่บนภูเขามี
ทำเลที่สวยงามมากที่สุดในกรุงอัมมาน
และมีทหารคอยเฝ้าดูแลตรวจตราอย่างเข้มงวด
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ
ภัตตาคารจีนท้องถิ่น
นำท่านเข้าพักโรงแรมระดับสี่ดาว
GOLDEN TULIP GRAND PALACE
หรือเทียบเท่า
วันที่สามของการเดินทาง
เมืองกรีก-โรมันเจอราช - ป้อมปราการอัจลุน
–ทะเลเดดซี - กรุงอัมมาน
เช้า บริการอาหารเช้า ณ
ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางขึ้นสู่ทางเหนือของประเทศจอร์แดน เพื่อชม
นครเจอราช (JERASH)
หรือ “เมืองพันเสา”
เป็นอดีต 1 ใน 10
หัวเมืองเอกตะวันออกอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมัน
สันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะถูกสร้างใน
ราว 200
– 100 ปีก่อนคริสตกาล
เดิมทีในอดีตเมืองแห่งนี้ชื่อว่า ในปี ค.ศ. 749
นครแห่งนี้ได้ถูกแผ่นดินไหว
ครั้งใหญ่ทำลาย
และถูกฝังกลบโดยทรายหลังจากนั้นก็ได้สูญหายไปเป็นนับพันปี
ชม ซุ้มประตูกษัตรย์เฮเดรียน และ
สนามแข่งม้าฮิปโปโดรม นำท่านเดินเข้าประตูทางทิศใต้
ชม โอวัลพลาซ่า
สถานที่ชุมนุม พบปะ สังสรรค์ของชาวเมือง,
วิหารเทพซีอุส ฯลฯ
โรงละครทางทิศใต้
(สร้างในราวปี ค.ศ. 90-92 จุผู้ชมได้ถึง 3,000
คน มีจุดเสียงสะท้อนตรงกลางโรงละคร
เชิญทดสอบกับความอัศจรรย์
เพียงพูดเบา ๆ ก็จะมีเสียงสะท้อนก้องเข้ามาในหูของเรา
ชม วิหารเทพีอาร์เทมิส
เป็นเทพีประจำเมืองเจอราช สร้างในราวปี ค.ศ. 150
สร้างขึ้นพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับ
ทำพิธีบวงสรวง และบูชายัญต่อเทพีองค์นี้ แบ่งเป็น 3
ชั้น คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง ชั้นใน
นำท่านเดินเข้าสู่ ถนนคาร์โด หรือ ถนนโคลอนเนด
ถนนสายหลักที่ใช้เข้า-ออกเมืองแห่งนี้
บนถนนนั้นยังมีริ้ว
รอยทางของล้อรถม้า,
ฝาท่อระบายน้ำ, ซุ้มโคมไฟ,
บ่อน้ำดื่มของม้า
ชม น้ำพุใจกลางเมือง (NYMPHAEUM)
สร้างในราวปี ค.ศ. 191 เพื่ออุทิศแด่เทพธิดาแห่งขุนเขา
ซึ่งเป็นที่นับถือ
ของชาวเมืองแห่งนี้
มีที่พ่นน้ำเป็นรูปหัวสิงโตทั้งเจ็ด
และตกแต่งด้วยเทพต่างๆ ประจำซุ้มด้านบนของน้ำพุ ฯลฯ
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ
ภัตตาคาร
JERASH REST HOUSE
ภายในเมืองเจอราช
บ่าย นำท่านเดินทางไปยังเมืองอัจลุน
อยู่ทางด้านเหนือของเมืองเจอราชไปเล็กน้อย
เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงที่ห้อม
ล้อมไปด้วยป่าต้นสน และต้นมะกอก
ชมปราสาทแห่งเมืองอัจลุน
ถูกสร้างโดยพวกนักรบมุสลิม ในปี ค.ศ. 1184-1185
ใช้เป็นป้อมทหารในการต่อสู้
รบกับพวกนักรบครูเสด และในปี ค.ศ. 1260
ถูกเข้าทำลายโดยกองทัพมองโกลส์
นำท่านเดินทางสู่ทะเลเดดซี
ทะเลที่ถูกบันทึกลงในหนังสือ กินเนสส์ ว่า
เป็นจุดที่ต่ำทีสุดในโลก มีความต่ำกว่า
ระดับน้ำทะเลถึง 400 เมตร และ
มีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20
เปอร์เซนต์ของน้ำทะเลทั่วไป
ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยอาศัยอยู่ได้ในท้องทะเลแห่งนี้
เชิญท่านอิสระในการลงเล่นน้ำทะเล และ พิสูจน์
ความจริงว่าท่านลอยตัวได้จริงหรือไม่
(การลงเล่นน้ำในทะเล
นั้นมีวิธีขั้นตอนการลงเล่น และข้อควรระวังต่างๆ
ควรฟังคำแนะนำจากมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์)
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ
ห้องอาหารภายในโรงแรม / เดินทางกลับกรุงอัมมาน
นำท่านเข้าพักโรงแรมระดับสี่ดาว
GOLDEN TULIP GRAND PALACE
หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ของการเดินทาง
ดินแดนศักดิ์สิทธิ เมาท์ เนโบ
– เมืองมาดาบา –
เมืองเครัค - เมืองตากอากาศอคาบา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ
ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก /
ทำการเช็คเอาท์และเตรียมพร้อมสัมภาระในการเดินทาง
นำท่านเดินทางลงทางทิศใต้เพื่อชม เมาท์ เนโบ
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเขาซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นบริเวณที่
เสียชีวิตและฝังศพของโมเสส
ผู้นำชาวยิวส์เดินทางจากประเทศอิยิปต์มายังเยรูซาเล็ม
ชมโบสถ์แห่งเมาท์เนโบ
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวปี ค.ศ.300 -400
ในช่วงยุคไบแซนไทน์ เพื่อเป็นที่ระลึกถึง
โมเสส
ภายในโบสถ์ประกอบไปด้วยภาพโมเสกสีบนพื้นโบสถ์อันล้ำค่ำ
แสดงถึงภาพชีวิตสัมพันธ์ระหว่างคน,
สัตว์ และธรรมชาติ,
รูปคน ฯลฯ และยังมีแท่นพิธี ม้านั่ง
ตามรูปแบบของศาสนาคริสต์ไว้ประกอบพิธีต่าง ๆ
และอนุญาตให้ใช้ในปัจจุบัน,
รูปภาพและรายละเอียดต่างๆ แสดงถึงการบูรณะโบสถ์,
บ่อศีลจุ่ม ฯลฯ
ในปี ค.ศ. 2000 โป๊ป จอห์น ปอลที่ 2
เสด็จมาแสวงบุญที่นี่และได้ประกาศให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ชมอนุสรณ์ไม้เท้าศักดิ์สิทธ์แห่งโมเสส
ออกแบบเป็นลักษณะเป็นไม้เท้าในรูปแบบไม้กางเขน
โดยอุทิศเป็น
สัญลักษณ์ของโมเสส และพระเยซู เชิญถ่ายรูป ณ
จุดชมวิว โดยในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส
ท่านสามารถมองเห็น
แม่น้ำจอร์แดน,
ทะเลเดดซี, เมืองเบธเลเฮม
และประเทศอิสราเอล ได้จากจุดนี้อย่างชัดเจน
นำท่านเดินทางสู่เมือง มาดาบาหรือ
เมืองแห่งโมเสก ชม
โบสถ์กรีก-ออโธดอกซ์แห่งเซนต์จอร์จถูกสร้างในราวปี
ค.ศ. 600 ยุคของไบแซนไทน์ ชมภาพแผนที่ดินแดนศักดิสิทธิ์แห่งเยรูซาเลม
ตกแต่งโดยโมเสกสีต่างๆ ประมาณ 2.3
ล้านชิ้นแสดงถึงพื้นที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
ในแถบรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน,
เยรูซาเลม, แม่น้ำจอร์แดน,
ทะเลเดดซี,
เขาไซนาย, อียิปต์ ฯลฯ
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ
ห้องอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย
จากนั้นนำท่านสู่เมืองเครัค
ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงขนาดใหญ่
ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามข้างทาง
ระหว่างทางขึ้นสู่เขา
โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกเรียกขานกันว่าเป็น
“แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน”
ชม ปราสาทเครัคแห่งครูเสด (KERAK)
สร้างในปี ค.ศ. 1142 โดย ผู้ปกครอง PAYEN LE
BOUTIELLER
ในอดีตเป็นเมืองศูนย์กลางขนาดใหญ่ของนักรบครูเสด
และสร้างเพื่อควบคุมเส้นทางทั้งทางเหนือและใต้
และใช้ในการต่อสู้ในสงครามครูเสดกับกองทัพมุสลิมจนกระทั่งในปี
ค.ศ. 1187 ได้ถูกเข้าทำลายโดยนักรบ
มุสลิมภายใต้การนำทัพของ ซาลาดิน (SALADIN)
นำท่านเดินทางสู่เมืองอคาบา
เมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญของประเทศจอร์แดน
เป็นเมืองแห่ง
เดียวของประเทศจอร์แดนที่ถูกประกาศให้เป็นเมืองปลอดภาษี
มีประชากรอาศัยราว 70,000
คน
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ
ห้องอาหารท้องถิ่น
นำท่านเข้าพักโรงแรมระดับสี่ดาว
GOLDEN TULIP AQABA
หรือเทียบเท่า
วันที่ห้าของการเดินทาง
เมืองอคาบา
– ทะเลทรายวาดิรัม - นครเพตร้า
เช้า บริการอาหารเช้า ณ
ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านลงเรือท้องกระจก(GLASS
BOAT) แล่นในทะเลแดง
ทะเลที่มีน่านน้ำครอบคลุมถึง 4 ประเทศ คือ
ประเทศจอร์แดน,
อิสราเอล,
อิยิปต์ และ ซาอุดิอาระเบีย ชมความใสของน้ำทะเล,
ปะการัง,
ปลาทะเลหลากชนิด,
เม่นทะเล,
แมงกะพรุน ฯลฯ
เที่ยง
รับประทานอาหารบาบีคิวส์บุฟเฟต์บนเรือ
พร้อมชมทัศนียภาพ และบรรยากาศของทะเลแดง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่
ทะเลทรายวาดิรัม (WADI
RUM)
ทะเลทรายแห่งนี้ในอดีตเป็นเส้นทางคาราวานจากประเทศ
ซาอุฯเดินทางไปยังประเทศซีเรียและปาเสลไตน์
ในศึกสงครามอาหรับรีโวลท์ระหว่างปี ค.ศ.
1916–1918
ณ แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการในการรบของ ทีอี
ลอว์เรนซ์ และ เจ้าชายไฟซาล และต่อมายังได้ถูกใช้เป็น
สถานที่จริงในการถ่ายทำภาพยนต์เรื่อง
“LAWRENCE OF
ARABIA”
นำท่านนั่งรถกระบะเปิดหลังคาท่องทะเลทรายที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดของโลกแห่งหนี่ง
ด้วยเม็ดทราย
ละเอียดสีส้มอมแดงอันเงียบสงบที่กว้างใหญ่ไพศาล ชมน้ำพุแห่งลอว์เรนซ์
สถานที่ในอดีตนายลอว์เรนซ์ ทหาร
ชาวอังกฤษใช้เป็นสถานที่พัก และคิดแผนการรบ ชมภาพเขียนแกะสลักก่อนประวัติศาสตร์ที่ภูเขาคาซารี
เป็น
ภาพแกะสลักของชาวนาบาเทียนที่แสดงถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันต่างๆ
และผ่านชมเต็นท์ชาวเบดูอินที่อาศัย
อยู่ในทะเลทราย เลี้ยงแพะเป็นอาชีพ ฯลฯ
ค่ำ พิเศษ!!!
ทานอาหารมื้อค่ำรอบกองไฟกลางทะเลทรายในแคมป์ของชาวเบดูอินพร้อมฟังดนตรีขับกล่อม
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พักเมืองเพตร้าโรงแรมระดับสี่ดาว
GOLDEN TULIP KINGS WAY
หรือเทียบเท่า
วันที่หกของการเดินทาง
นครเพตร้า
– ปราสาทโชบัค –
กรุงอัมมาน - สนามบิน
เช้า รับประทานอาหาร ณ
ห้องอาหารเช้าของโรงแรม
ชมเมืองเพตร้า
(ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกปี
ค.ศ. 1985 และ 1 ใน 7 สิ่ง
มหัศจรรย์ของแห่งโลกใหม่
จากการตัดสินโดยการโหวตจากบุคคลนับล้านทั่วโลกในวันมหัศจรรย์
07/ 07/ 07)
มหานครสีดอกกุหลาบที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งโมเสส (WADI
MUSA) มีประวัติศาสตร์อันยาวนานหลาย
พันปีเคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยทั้งชาวอีโดไมท์
จวบจนกระทั่งถึงยุครุ่งเรืองเฟื่องฟูในการเข้ามาครอบครองดินแดน
ของชาวอาหรับเผ่าเร่ร่อนนาบาเทียน
ในช่วงระหว่าง 100 ปี ก่อนคริสตกาล
– ปี ค.ศ 100 และได้เข้ามาสร้าง
อาณาจักร,
บ้านเมือง ฯลฯ จนกระทั่งในปีค.ศ. 106
นครแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมันที่นำ
โดย กษัตริย์ทราจัน
และได้ผนึกเมืองแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในอาณาจักรโรมันแห่งแหลมอาระเบียตะวันออก
นครเพตร้าถึงคราวล่มสลายเมื่อหมดยุคของอาณาจักรโรมันทำให้ชาวเมืองนั้นละทิ้งบ้านเมืองจากกันไปหมดทิ้ง
ให้เมืองแห่งนี้รกร้างไปพร้อมกับการพังทลายของเมืองหลังจากเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งจนสูญหายนับพันปี
จวบจนในปี ค.ศ. 1812 นักสำรวจเส้นทางชาวสวิส นาย
โจฮันน์ ลุดวิก เบิร์กฮาดท์ ได้ค้นพบนครศิลาแห่งนี้
และนำไปเขียนในหนังสือชื่อ
“TRAVEL IN SYRIA”
จนทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน
นำท่านขี่ม้า (รวมอยู่ในค่าบริการแล้ว
แต่ไม่รวมค่าขี่ลา,
ขี่อูฐ,
รถม้าลาก ฯลฯ สนในกรุณาติดต่อที่หัวหน้าทัวร์)
ประมาณ 800
เมตรบนถนนทรายเพื่อตรงเข้าสู่หน้าเมือง
พร้อมชมทัศนียภาพรอบข้างที่เป็นภูเขาทั้งสองฝั่ง
นำท่านเดินเท้าเข้าสู่ถนนเข้าเมือง
SIQ
เส้นทางมหัศจรรย์กว่า 1.5
กิโลเมตรที่เกิดจากการแยกตัวของเปลือกโลก
และการซัดเซาะของน้ำเมื่อหลายล้านปีก่อน
เดินชมความสวยงามของผาหินสีชมพูสูงชันทั้ง 2
ข้างคล้ายกับ
แคนยอนน้อย ๆ และ สิ่งก่อสร้าง รูปปั้นแกะสลัก ต่างๆ
เช่น รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ,
รูปกองคาราวานอูฐ,
รูปชาวนา
บาเทียน,
ท่อส่งลำเลียงน้ำเข้าสู่เมือง ฯลฯ
สุดปลายทางของช่องเขาพบกับความสวยงามของ
มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ เอล-คาซเนท์
(
EL-KHAZNEH / TREASURY)
สันนิษฐานว่าจะสร้างในราวศตวรรษที่1-2
โดยผู้ปกครองเมืองในเวลานั้น
เป็นวิหารที่แกะสลักโดยเจาะเข้าไปในภูเขาสีชมพูทั้งลูก
มีความสูง 40 เมตร และ
มีความกว้าง 28 เมตร
วิหารแห่งนี้ได้ถูกออกแบบโดยได้รับอิทธิพลศิลปะของหลายชาติเข้าด้วยกัน
เช่น อิยิปต์,
กรีก,
นาบาเทียน ฯลฯ ภายในประกอบด้วย 3 ห้อง
คือ ห้องโถงใหญ่ตรงกลาง และ ห้องเล็กทางด้านซ้ายและขวา
เดิมทีถูกเชื่อว่าเป็นที่เก็บขุมทรัพย์สมบัติของฟาโรห์อิยิปต์
แต่ภายหลังได้มีการขุดพบทางเข้าหลุมฝังศพที่หน้า
วิหารแห่งนี้
ทำให้นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีได้ลงความเห็นตรงกันว่า
น่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิม
ฉลองให้กับผู้ปกครองเมือง,
ใช้เป็นสถานที่ทำพิธีกรรมทางศาสนา
และเป็นสุสานฝังศพของผู้ปกครองเมืองและ
เครือญาติ เดิมชมสุสานต่างๆ ของชาวนาบาเทียน,
สุสานกษัตริย์ ฯลฯ
ชมโรงละครโรมัน (ROMAN
THEATRE)
ที่แกะสลักจากภูเขาโดยมีแนวราบที่นั่งเท่ากันและมีความสมดุลย์ได้
อย่างน่าทึ่ง สันนิษฐานเดิมทีสร้างโดยชาวนาบาเทียน
ต่อมาในสมัยที่โรมันเข้ามาปกครอง ได้ต่อเติมและสร้าง
เพิ่มเติม มีที่นั่ง 32 แถว จุผู้ชมได้ประมาณ 3,000
คน / อิสระในการเดินชมและถ่ายรูปภายในเมืองเพตร้า
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ปราสาทครูเสดโชบัค
(SHOBAK)
หรือที่รู้จักกันในพวกนักรบครูเสดชื่อ มอนทรีลแห่ง
ตะวันออก (MONTREAL)
สร้างขึ้นโดยกษัตร์บอลด์วินที่ 1 แห่งเยรูซาเลม ในปี
ค.ศ. 1115 เพื่อใช้เป็นป้อม
ปราการควบคุมเส้นทางกองคาราวานที่จะเดินทางจากดามัสกัสไปอิยิปต์
ในอดีตเมืองแห่งนี้มีชาวคริสต์อาศัยอยู่
ราว 6,000
คน และในปี ค.ศ. 1189
ได้ถูกทำลายลงโดยนักรบมุสลิมภายใต้การนำทัพของ
ซาลาดิน (SALADIN)
เดินทางกลับสู่กรุงอัมมาน /
นำท่านอิสระซื้อของฝากพื้นเมือง และ
ของที่ระลึกให้ห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ
ภัตตาคารจีนท้องถิ่น / เดินทางสู่สนามบิน
วันที่เจ็ดของการเดินทาง
สนามบินสุวรรณภูมิ
02.05 น. ออกเดินทางกลับสู่ประเทศไทย
ด้วยสายการบิน โรยัลจอร์แดนเนี่ยล เที่ยวบินที่
RJ180
15.10 น. เดินทางกลับถึง
สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพและความประทับใจ
มิรู้ลืมเลือน
---------------------------------------
หมายเหตุ
กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม
ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือความปลอดภัยเป็นหลัก
********************************************************************************************************
อัตรานี้รวม
1.
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ โดยสายการแห่งชาติ โรยัลจอร์แดนเนี่ยล
ชั้นประหยัด
2.
ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการทัวร์
3.
ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
พร้อมคนขับรถที่ชำนาญเส้นทาง
4.
ค่าที่พักห้องละ 2 ท่าน ในโรงแรมระดับ 4 ดาว
ตามที่ระบุในรายการหรือระดับเดียวกัน รวมทั้งสิ้น 4
คืน
5.
ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ
6.
ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
7.
ค่าขี่ม้าที่เมืองเพตร้า และค่านั่งรถเที่ยวทะเลทรายวาดิรัม
8.
ค่าวีซ่าประเทศจอร์แดน
(ไม่เสียค่าวีซ่า ในกรณีเดินทางเป็นหมู่คณะ)
9.
ค่าบริการนำทัวร์โดยมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์
10.
ค่ายกขนกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบ (น้ำหนักไม่เกิน 20
กิโลกรัม)
11.
ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน
1,000,000
บาท
อัตรานี้ไม่รวม
1.
ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง
2.
ภาษีต่าง ๆ เช่น ภาษี 7% ภาษีหัก ณ
ที่จ่าย 3% ฯลฯ
3.
ค่าเช่าผ้าเช็ดตัวและค่าเช่าตู้ล็อคเกอร์
ที่โรงแรม เดดซี รีสอร์ท แอนด์ สปา
4.
ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น
ค่าโทรศัพท์,
ค่าซักรีด,
มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ
ที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
5.
ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษ
นอกเหนือรายการ
6.
ค่าขี่ลา,
ขี่อูฐ,
รถม้าลาก ฯลฯ
7.
ค่าทิปม้าที่เมืองเพตร้า ท่านละ 2
USD / เที่ยว / ท่าน
8.
ค่าทิปคนขับรถที่ทะเลทราย วาดิ รัม
ท่านละ 1
USD / เที่ยว / ท่าน
9.
ค่าทิปมัคุเทศก์ และ
พนักงานขับรถในประเทศจอร์แดน โดยเฉลี่ย 2 และ 1
ยูเอสดอลล่าร์ / ท่าน / วัน ตามลำดับ ฯลฯ
เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
·
กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง
พร้อมชำระงวดแรก 1